อัพไร้สาระ
posted on 01 Dec 2010 16:27 by athiwenมาเรียนได้สองเดือน ชีวิตเรื่องอื่นก็เข้าที่เข้าทางดี แต่ที่มีปัญหา(อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมี) คือการหาวายมาเสพนั้นช่างยากเย็นกว่าที่เคยคิดไว้มากมายนัก
แหงละ ก็ทีแรกคิดว่าการมาอยู่ในที่ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดวายแล้วมันควรจะหาเสพได้ง่ายๆ แต่กลับกลายเป็นว่าบังเอิญหลุดมาอยู่เมืองเล็กจิ๋วชนิดหาในแผนที่ไม่เจอ เวลาจะซื้ออะไรวายๆทีจึงต้องนั่งรถเข้าเมืองกันเลยทีเดียว
จริงๆเมืองที่อยู่นี่ก็มีร้านหนังสืออยู่หรอก แต่ร้านเมรินโดนี่มันไม่ใหญ่มาก ถ้าเทียบขนาดก็คงประมาณร้านนายอินทร์สาขาใหญ่ๆหน่อยเท่านั้น สัดส่วนหนังสือวายก็น้อยลงไปตามส่วน แมกกาซีนบางเล่มไม่มีที่ร้าน การ์ตูน นิยายอัพเดทช้าประมาณสองเดือน เศร้าใจ แต่ก็ได้เป็นที่ให้ไปยืนลูบๆคลำๆปกหนังสือ + เปิดดูรูปแก้คิดถึงไปได้บ้าง
...ทำไมถึงไม่ซื้อมาให้รู้แล้วรู้รอดน่ะรึ? คำตอบเดียวง่ายๆคือมันแพงอ่ะ สำหรับคนที่เพิ่งเรียนคันจิไปได้แค่สองสามร้อยตัว ริจะหาญอ่านนิยายเป็นเล่มนี่อย่าได้หวัง ยิ่งไม่มีฟุริกานะกำกับ ถ้าอยากอ่านจริงก็ต้องมีความอดทนในการเปิดดิคเป็นเลิศอ่ะ...
อีกร้านที่พอจะเป็นที่พึ่งได้คือร้านฟุตาบะ ที่อยู่ในห้างของเมืองข้างๆ ถ้าเทียบขนาดก็ประมาณคิโนคุนิยะสาขาพารากอน แมกกาซีนลงครบทุกหัว(มั้ง...เดาเอา แมกกาซีนมันเยอะอ่ะ) นิยาย การ์ตูน อัพเดทกันตรงเวลาที่สนพ.แจ้งในเว็บ อยากหาอะไร ถ้าไม่เก่าจนเกินไปก็มีโอกาสเจอสูง
ส่วนอีกที่ที่น่าอลังการกว่าสองที่บนคือร้านจุงคุโด อันนี้ใหญ่สุดเท่าที่เจอตอนนี้แล้ว ร้านนี้เป็นตึก 7ชั้น ชั้นที่7เนี่ยละที่เป็นชั้นการ์ตูนทั้งหมด ความกว้างของชั้นนี้ก็ราวๆร้านนายอินทร์สาขาใหญ่ๆได้ เพราะงั้นเรื่องปริมาณหนังสือนี่หายห่วง อีกอย่างที่สุดยอดมากๆคือพนักงาน เราเอาชื่อหนังสือ+ชื่อคนแต่ง+สนพ.ไปให้ คุณพี่อ่านเสร็จแล้วก็เดินไปหยิบมาให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลหาว่าอยู่ตรงไหน แม่เจ้า...

นอกจากหนังสือใหม่ อีกทางเลือกก็คือร้านหนังสือมือสอง เมืองใกล้ๆนี้มีอยู่ 2 ร้าน ไปมาแล้วทั้ง 2 ร้านแต่ไม่ได้อะไรติดมือกลับมา คือจริงๆหนังสือมีเยอะ วายก็มีบ้างพอสมควร แต่เผอิญไม่ใช่นักเขียนที่ชอบเลยยังไม่ได้ฤกษ์เสียทรัพย์
ที่ที่อยากไปสำรวจอีกที่ก็มันดาราเกะ แต่อันนี้ต้องนั่งรถเข้าเมืองไป ดูจากแผนที่แล้วน่าจะใกล้กับจุงคุโด ต่ต้องรอโอกาสเข้าเมืองก่อนแล้วค่อยไปเดินหา ซึ่งก็คงจะเป็นช่วงเร็วๆนี้แหละ ฮ่าๆ
และเมื่อหนังสือหาซื้อยาก(และแพง) คนโลว์เทคอย่างเราก็เลยต้องหันมาพึ่งไฟล์สแกน ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นคนที่ขี้เกียจตามโหลดอะไรพวกนี้มาก ถ้าไม่ใช่นักเขียนที่ชอบจริงๆก็ไม่โหลด แต่ส่วนนึงก็น่าจะเป็นเพราะเน็ตที่บ้านไม่ค่อยเอื้อด้วย เลยขี้เกียจรอโหลดจนกลายเป็นความเคยชินที่จะไม่โหลดไปซะงั้น
แต่พอมาอยู่นี่ (กัดฟัน)จ่ายค่าเน็ต50M ไปแล้วก็เลยรู้สึกว่าต้องใช้ให้คุ้ม ถึงแม้ว่าความเร็วที่มันมาถึงเราจริงๆจะหายไปเกือบครึ่งนึงก็เถอะ แค่นั้นก็เร็วกว่าที่เมืองไทยมากมายแล้ว
วันนี้โหลดดราม่าซีดีกับไฟล์ MP3มาแล้วนึกถึงตอนที่สอบสัมภาษณ์กับอาจารย์เลย
จริงๆไม่เชิงเป็นข้อสอบ คือพอตอนที่สอบเสร็จอาจารย์ชวนคุยต่อ บทสนทนาเป็นดังนี้
อาจารย์ เวลาอยู่ที่หอ ทบทวนบทเรียนหรือเปล่า
เรา ทบทวนค่ะ วันละประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง (อันนี้ไม่ได้สร้างภาพ ก็เปิดอ่านมันก่อนนอนเนี่ยแหละ เข้าหัวไม่เข้าหัวไม่รู้ก็เปิดๆไป)
อาจารย์ แล้วฟังซีดีบ้างหรือเปล่า
เรา ฟังค่ะ (อันนี้เริ่มตอบไม่เต็มเสียงละ ก็ซีดีบทเรียนนี่ไม่ได้ฟังทุกวันอ่ะ บางวันก็ฟังเพลงบ้าง ซีดีดราม่าบ้าง แหะๆ)
อาจารย์ เวลาฟัง ต้องออกเสียงตามด้วยนะ ตรงช่วงบทสนทนาน่ะ การออกเสียงจะได้ดีขึ้น เข้าใจรูปประโยคมากขึ้น
ถึงตรงนี้เราก็ไม่ค่อยจะกล้ารับปากซะแหล่ว ก็นะ...บางทีก็ฟังดราม่าซีดีนี่นา จะออกเสียงตามก็ เอิ่ม...
หนูจะพยายามนะคะอาจารย์....