ความคล้ายกันของการทำนิยายและ Thesis
posted on 23 Sep 2010 21:51 by athiwenเมื่อเช้าตื่นมา นอนมองเพดานห้องแล้วรู้สึกแปลกๆ กว่าจะนึกได้ว่าแปลกตรงไหน นั่นคือ วันนี้ว่าง!!!
จะว่าว่างก็ไม่เชิง เพราะจริงๆก็ยังมีเรื่องการเตรียมตัวไปเรียนอีกหลายอย่างให้ต้องจัดการ ตั๋วเครื่องบินเอย เสื้อผ้าเอย ตำราเรียนเอย ไปทำฟันเอย เก็บหนังสือวายแพคลงลังเอย ทุกอย่างยังไม่ได้ทำอะไรไปซักเท่าไหร่เลย
แต่ที่รู้สึกว่าว่าง เพราะช่วงสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เร่งนิยายให้จบทันเดดไลน์อย่างเดียวจนแทบไม่ได้โงหัวไปทำอย่างอื่นเลยต่างหาก หลังจากที่คำนวณเวลาแล้วคิดว่าทันแบบฉิวเฉียด ก็ตั้งใจจะลองฮึดดูสักตั้ง ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ค่อยปล่อย เพราะฉะนั้น ทุกวันเลยมีแต่ ตื่นเช้ามา เขียนนิยาย-กินข้าว+อาบน้ำ-ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น-กลับบ้าน-กินข้าว+อาบน้ำ-เขียนนิยาย-นอน
แล้วก็ให้บังเอิญว่าสัปดาห์ก่อนสุดท้ายของเดดไลน์ที่บ้านเรามีธุระด่วนเรียกตัวเรากลับต่างจังหวัดไปเกือบอาทิตย์ แน่นอนว่าเวลาเขียนนิยายหายไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงนั้น เลยต้องมาปั่นกันหน้ามืดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าโรงพิมพ์
แต่ถึงจะรีบปั่นยังไง เราก็ยังไม่วายติดนิสัยโรคจิต แก้แล้วแก้อีกตามเคย เริ่มจาก
อ่านเนื้อเรื่องทั้งหมดทวนใหม่ทั้งหมดอีกรอบ เช็คคำผิด สำนวน ตรงไหนแปลกๆก็เขียนใหม่ อันนี้ไม่เยอะมากเพราะอ่านทวนมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ใช้เวลาไปพอสมควร
ตอนพิเศษ 1 อ่านทวน แก้สำนวนและคำผิดบานตะไท กว่าจะพอใจ
ตอนพิเศษ 2 ช่วงระหว่างที่เขียนอยู่ดันรู้สึกว่าฉากXXX มันไม่เข้ากับโทนหวานๆของตอนนี้ เลยตัดมันออกไปแหมะไว้ที่อื่นก่อน แล้วหันมารีไรท์พล็อตช่วงหลังใหม่ ได้ตอนจบอย่างที่พอใจในที่สุด แต่แอบรู้สึกขำๆตัวเองนิดหน่อยว่าทีตอนหลักนี่อึมครึมกันโคดๆ แต่ตอนพิเศษก็ยังอุตส่าห์หวานได้ขนาดนี้ เอาน่า...บอกตัวเองว่าตามรีเควสผู้อ่านละกัน เหอๆๆ
ตอนพิเศษ 3 อันนี้เป็นตอนที่เขียนสนองนี้ดผู้เขียนโดยแท้ เนื่องมาจากว่าระหว่างที่เขียนตอนพิเศษ 2 เกิดความรู้สึกว่าฉากXXX ที่ตัดไปมันก็น่าเขียนต่อ พอหันไปดูปฏิทินแล้วเห็นเวลายังเหลือ หลังจากเขียนตอนพิเศษ 2 จบก็เลยเอาฉากXXX นี้มาเขียนต่อจนจบ ความจริงก็เป็นตอนสั้นๆ กึ่ง Fan Service มากกว่าอ่ะนะ แต่ก็รู้สึกว่าสนุกดีที่ได้เขียน
แต่...สิ่งที่ตามมาคือจำนวนหน้าเพิ่มฮ่ะ บวกกับว่าก่อนหน้านั้นมีการจัดหน้าผิดพลาดนิดหน่อย พอแก้ไขแล้วก็เลยปรากฏว่าจำนวนหน้ารวมเพิ่มขึ้นจากที่บอกไว้ตอนประกาศเปิดจองไปอีก 42 หน้าไม่รวมทอล์ก ฮา...
(จริงๆก็พอรู้ตัวตั้งแต่ตอนที่เขียนแล้วแหละว่าจำนวนหน้าเกินแน่ แต่คำนวณแล้วยังไม่เข้าเนื้อ ก็...เอาวะ! อยากเขียนนี่นา)
ว่ากันเรื่องของรูปเล่มบ้าง เท่าที่ดูฟีดแบกจากผู้อ่าน ดูค่อนข้างจะชอบรูปปกกันทีเดียว ซึ่งความดีตรงนี้ขอยกให้น้องจิโร่คนออกแบบและวาดปกไปเต็มๆ เพราะถึงเราจะเป็นคนหารูปตัวเรือนต้นแบบและหน้าตาตัวละคร + เล่าเรื่องย่อไป กำหนดโทนสีให้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคนวาดด้วยว่าจะสื่องานเขียนของเราออกมาได้อย่างที่เราต้องการหรือเปล่า ซึ่งน้องจิโร่ก็ทำออกมาได้ดีเลย ส่วนการจัดหน้า ตรงนี้สารภาพเลยว่าถ้าไม่ได้น้อง Bellbomb มาช่วย รับรองนิยายเรื่องนี้ไม่มีทางคลอดทันเวลาเพราะเราไม่เคยจัดหน้าเพื่อส่งโรงพิมพ์มาก่อน น้อง Bellbomb ช่วยได้มาก แถมยังทำงานเร็วอีกต่างหาก ขอบคุณน้องทั้งสองคนไว้ตรงนี้ด้วยค่ะ 
พินอัพ เดิมทีก็ลังเลอยู่ว่าจะแถมพินอัพดีไหม เพราะแน่นอนว่าต้นทุนต้องเพิ่มขึ้น แต่โดยส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่ค่อยใช้ที่คั่นหนังสือที่แถมมาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ติดนิสัยอ่านรวดเดียวจบมากกว่า หรือไม่ก็หยิบกระดาษอะไรแผ่นใหญ่ๆใกล้มือคั่นไปเลยมากกว่า เวลามาเปิดอีกครั้งมันหาง่ายดี แล้วที่คั่นชิ้นเล็กๆบางทีก็อาจจะไม่ได้เห็นรูปอะไรสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนพินอัพที่ขนาดใหญ่กว่า แถมติดอยู่กับหนังสือ ไม่หล่นหายได้เหมือนที่คั่นด้วย เพราะงั้น...ต้นทุนเพิ่มก็ไม่สนอ่ะ ตรูจะทำ ฮา...
ที่คั่นหนังสือ พอตัดสินใจว่าจะทำพินอัพ ก็คิดว่าจะไม่ทำที่คั่นหนังสือละ แต่พอติดต่อโรงพิมพ์ ปรากฏว่าเค้ามีโปรโมชั่นแถมที่คั่นหนังสือให้ด้วย เอาละซี...แต่ไหนๆก็ของฟรี เอาวะ ก็ต้องเอาสินะ หุ หุ ใจจริงคิดว่าจะทำเป็นสีพื้นเรียบๆ มีลายเส้นตัวเรือนง่ายๆ เก๋ๆ เพราะมียังไงก็พินอัพอยู่แล้ว
แต่...ตอนที่จิโร่ส่งงานปกและพินอัพมาให้ คุณน้องแถมที่คั่นหนังสือมาด้วย!
ซึ่ง...ถึงแม้จะเป็นรูปที่ครอปมาจากปกเหมือนกัน แต่น้องจิโร่ก็ทำกรอบ วางโพสิชั่นมาสวยแล้วอ่ะ อิฉันเห็นแล้วก็อึ้งไป และที่อึ้งยิ่งกว่าคือ น้องเค้าทำมาสองชิ้นค่ะ!!! เรื่องของเรื่องคือตำแหน่งของตัวเอกทั้งสองยืนห่างกันมาก ไม่มีทางครอปรูปเดียวแล้วเห็นทั้งสองคนได้ นอกจากจะวาดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเวลาและทุนทรัพย์พอที่จะทำอย่างนั้นแน่...
คิดหนักอยู่แว่บหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ เอาวะ ไหนๆงานนี้ก็ไม่ได้หวังกำไรเป็นหลักอยู่แล้วนี่หว่า ทำมันทั้งสองแบบนั่นแหละ นิยายเรื่องแรก(และอาจจะเป็นเรื่องสุดท้าย ฮา...)ในชีวิต อยากทำอะไร ทำโลด!
เมื่อวานนี้เอาต้นฉบับไปส่งหนังสือเข้าโรงพิมพ์แล้ว คุยรายละเอียดเรียบร้อย เหลือแต่รอหนังสือเสร็จอาทิตย์หน้าก็เตรียมแพคส่งได้ ซึ่งคนช่วยแพคก็มีอาสามาแล้ว (ทั้งๆที่จำนวนสั่งจองก็ไม่ได้เยอะแยะ ยังจะไปกวนชาวบ้านมาช่วย ยังกับมียอดจองสักสามร้อย ฮา...)
เป็นอันจบสิ้นช่วงแรกของการทำนิยายเรื่องแรกในชีวิต ด้วยความรู้สึกมึนๆงงๆเหมือนตอนทำ Thesis ไม่มีผิด ตอนนั้นเราก็เป็นแบบนี้ แก้แบบกันจนนาทีสุดท้ายของช่วงการออกแบบ กว่าจะเริ่มช่วงเขียนแบบ ทำโมเดล พรีเซนเตชั่นก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด โต้รุ่งกันเป็นอาทิตย์เหมือนกัน
แสดงว่า...ผ่านมาหลายปี ก็ยังเป็นคนจัดการเวลาไม่ได้เรื่องเหมือนเดิมสินะ กร๊าก.........
edit @ 23 Sep 2010 22:00:46 by Lith
ฮา...)
คิดถึงช่วงเวลานั้นแล้วก็สนุกดีพิลึก (แต่ตอนทำทีสิสนี่ไม่สนุกนะเจ้าคะ) ถอดใจตั้งแต่ช่วงโปรดักชั่นวีคแล้ว เหี่ยวกันไป แต่ช่วงเทอมแรกยังมีเวลาไปลัลลาทำหนังสืออยู่เหมือนกันเจ้าค่ะ
แต่พอเทอมหลังนี่ กระดิกไปไหนลำบาก จำได้ว่าร้องไห้เลยตอนงานออกจากมือแล้วรู้ว่าผลจะเป็นยังไง โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ เศร้าจริง
แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเจ้าค่ะ ทั้งสองเรื่อง พอจบมาอยู่ร่วมกับคนปกติ ถึงได้รู้ว่า "เออ ตูมันปะหลาดจริง ๆ" อิอิ
ได้อ่านมาบ้าง ตอนแรก ๆ แต่ไม่ทันได้ติดตามเพราะไม่ค่อยมีเวลา ๕๕๕ (ไม่อยากจะเชื่อว่าการเรียนภาษาทำเอาเราไม่มีเวลาได้ปานนี้) มาเจออีกทีก็เป็นเล่มส่งให้เรียบร้อยแล้ว เหี่ยวกันไปเจ้าค่ะ เสียดาย ฮุ ๆ เดี๋ยวมีเวลาต้องตามไปที่บอร์ดสักหน่อย อิอิ
ไว้รอเวลาจะมากระซิบขอให้รีปริ้นเจ้าค่ะ อิอิ (ช้าแล้วไม่สำนึกเลย) แหะ ๆ
#1 By archi_10_001 (222.28.81.168) on 2010-10-10 15:01